วันพุธที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2554

ข่าวประชาสัมพันธ์ การประชุมหารือฯ ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

                                        ข่าวประชาสัมพันธ์
                เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2553 ที่ห้องประชุมชั้น 4 สานักผังเมือง กรุงเทพมหานคร สานักผังเมือง ได้จัดการประชุมหารือเพื่อบูรณาการแผนผังโครงสร้างการพัฒนากรุงเทพมหานครและปริมณฑล ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในโครงการวางและจัดทาผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 3) ผู้ร่วมประชุมเป็นตัวแทนจากหน่วยงานในสังกัดกรุงเทพมหานคร หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านผังเมือง และตัวแทนจากปริมณฑลรอบกรุงเทพมหานคร ได้แก่ ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นนทบุรี นครปฐม และฉะเชิงเทรา จานวน 82 คนโดยมี ม.ร.ว.เปรมศิริ เกษมสันต์ รองผู้อานวยการ สานักผังเมือง เป็นประธานการประชุม
               รศ.ดร.พงศ์ศักดิ์ วัฒนสินธุ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม ได้บรรยายสรุปว่า เป้าหมายของการหารือคือการบูรณาการเพื่อให้มีทรัพยากรน้าที่พอเพียงต่อความต้องการ และการป้องกัน/แก้ไขปัญหาอุทกภัยของกรุงเทพมหานครแลปริมณฑล จาแนกเป็น การป้องกันน้าท่วมและการระบายน้า และการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล
                ปัญหาน้าท่วมเกิดจากหลายสาเหตุ ได้แก่ ปริมาณน้าฝนและความถี่ของฝนที่ตกหนักในแต่ละพื้นที่โดยเฉพาะเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคม อีกทั้งปริมาณน้าสะสมจากลุ่มแม่น้าเจ้าพระยาตอนบนและลุ่มน้าสาขาที่ไหลลงด้านล่างประมาณ 4,000 – 5,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ศักยภาพในการลาเลียงน้าของแม่น้าเจ้าพระยาโดยไม่ล้นตลิ่งอยู่ที่ 2,000 – 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อประจวบกับสภาพน้าทะเลหนุนสูงในช่วงเดือนตุลาคม ส่งผลให้การระบายน้าเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ยังมีการสร้างสิ่งก่อสร้างขวางทางระบายน้า การสูญเสียพื้นที่รับน้าเนื่องจากการพัฒนาเมืองและการสร้างแนวคันกั้นน้าในพื้นที่ราบริมตลิ่ง การสูบน้าบาดาลกันเป็นจานวนมากทาให้แผ่นดินทรุด รวมทั้งสภาพทางกายภาพของพื้นที่กรุงเทพมหานครที่เป็นที่ลุ่มและดินอ่อน จากสาเหตุดังกล่าว ทาให้แนวโน้มการเกิดอุทกภัยในอนาคตมีความรุนแรงขึ้น โดยศูนย์วิจัยภัยธรรมชาติ มหาวิทยาลัยรังสิตได้ศึกษาสภาพน้าท่วมกรุงเทพมหานครในอนาคต คาดการณ์ว่าในปี พ.ศ.2563 จะเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคล้ายเหตุการณ์น้าท่วมหนัก พ.ศ.2538 ซึ่งคาดว่าปริมาณฝนตกในกรุงเทพมหานครมีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ระดับน้าทะเลปากแม่น้าแม่กลอง ท่าจีน เจ้าพระยา และบางปะกง มีแนวโน้มสูงขึ้นโดยเฉลี่ย 1.3 ซ.ม.ต่อปี ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครทรุดตัวประมาณ 1 ซ.ม.ต่อปี ทาให้น้าทะเลสูงขึ้น 3 มิลลิเมตร/ปี ส่วนพื้นที่ชายฝั่งทะเลถูกกัดเซาะปีละประมาณ 10 เมตร ทาให้ชายฝั่งจะมีระยะร่นขึ้น 500 เมตรในอีก 50 ปีข้างหน้าส่งผลให้พื้นที่บางส่วนของกรุงเทพมหานครมีน้าทะเลท่วมขัง ประกอบกับปัจจัยเสริมโดยเฉพาะอย่างยิ่งการขยายตัวของสิ่งก่อสร้างในแนวราบ ทาให้สภาพปัญหามีความรุนแรงยิ่งขึ้น
ดร.พงศ์ศักดิ์ ชี้แจงว่า การป้องกันแก้ไขปัญหาอุทกภัยของกรุงเทพมหานคร จาเป็นต้องใช้การบริหารจัดการอย่างเป็นระบบในภาพรวมของลุ่มน้า ทั้งการแก้ไขโดยใช้สิ่งก่อสร้าง ได้แก่ การสร้างสถานีสูบระบายน้า หรือก่อสร้างอาคารบังคับน้า การขุดคลองระบายน้า การปรับปรุงพื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่ที่เคยเป็นพื้นที่น้าท่วมถึงของฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกของแม่น้าเข้าพระยาให้สามารถรับน้าหลากไปเก็บชั่วคราว ส่วนการแก้ไขปัญหาน้าท่วมโดยไม่ใช้สิ่งก่อสร้าง ได้แก่ การวางผังนโยบายการจัดการระดับลุ่มน้า การควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดินโดยการปรับรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ฝั่งตะวันออกและตะวันตกของลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง และการเชื่อมโยงข้อมูลด้านทรัพยากรน้าระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
                 สำหรับการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลในระดับภาคกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้แก่ การสร้างรอดักตะกอน การปลูกป่าชายเลน การสร้างแนวชะลอคลื่น การควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดินและกิจกรรมบริเวณแนวชายฝั่ง
ผู้ร่วมประชุมได้นาเสนอต่อที่ประชุมว่า การป้องกันแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลควรดาเนินการในภาพรวม โดยบูรณาการแผนร่วมกับจังหวัดเพชรบุรี ชลบุรี สมุทรสงคราม และฉะเชิงเทรา เนื่องจากเป็นพื้นที่ร่วมกันในบริเวณอ่าวรูป “ก” เพื่อให้เกิดการแก้ไขอย่างเป็นระบบ ส่วนการแก้ปัญหาน้าท่วมโดยการระบายน้าทิ้ง ต้องคานึงถึงการเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนน้าตามมา จึงต้องมีการบริหารจัดการทรัพยากรน้าอย่างเป็นระบบ ควรพิจารณาเรื่องการพัฒนาที่เมืองที่อยู่กับน้าได้ เช่น ส่งเสริมชุมชนร่องสวน หรือบานลอยน้าให้สามารถอยู่ในพื้นที่แก้มลิง จะช่วยรักษาพื้นที่สีเขียวไว้ได้ แทนการถมที่ดินเพื่อสร้างบ้านจัดสรร อีกทั้งต้องสร้างจิตสานึกร่วมกันของประชาชน สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกภาคส่วนในการบริหารจัดการน้าตั้งแต่ระดับรากหญ้า

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น